By admin

Showing 10 of 3,720 Results

1097_ธรรมะรุ่งอรุณ_การฟังธรรมนั้นทำให้เกิดปัญญา (281258)

1097_ธรรมะรุ่งอรุณ_การฟังธรรมนั้นทำให้เกิดปัญญา (281258) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…เนยย (เนยยะ) เป็นบุคคลที่จะมีนิสัยอุปนิสัยต่อไปในเบื้องหน้า มาคิดว่าชีวิตของเรานี้มันได้มาด้วยยาก… เพราะฉะนั้น ไอ้ความยากอันนี้ก็ควรจะเห็นมันเป็นประโยชน์ซะ…ก็พากันปฏิบัติ… คนจำพวกนี้ก็ไม่ต้องไปตกนรก มีแต่ว่าจะขยับตัว คือพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งประสบผลสำเร็จ…”

1098_ธรรมะรุ่งอรุณ_ธรรมทั้งหลายเกิดจากเหตุ (291258)

1098_ธรรมะรุ่งอรุณ_ธรรมทั้งหลายเกิดจากเหตุ (291258) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…ถ้าหากว่าถอนกิเลสทั้งสามกองนี้ได้เมื่อไร เมื่อนั้นเราก็เข้าสู่พระนิพพาน ไม่ต้องเกิดแก่เจ็บตายอีกต่อไป เพราะฉะนั้น การที่จะดับเหตุ คือความเกิดแก่เจ็บตายนี้ จะต้องดับเหตุจากการทำสมาธิ ทำสมาธิเมื่อได้พลังจิตแล้วก็ดำเนินวิปัสสนา อย่างนั้นถือว่าเป็นการดับเหตุ ดับต้นเหตุของการเกิด…”

1099_ธรรมะรุ่งอรุณ_แนวทางในการกำจัดกิเลส (301258)

1099_ธรรมะรุ่งอรุณ_แนวทางในการกำจัดกิเลส (301258) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) we must walk towards it, walk towards old age, walk towards pain, walk to death, and any nation is born like that… therefore the buddha therefore […]

1100_ธรรมะรุ่งอรุณ_อุปาทานขันธ์ 5 เป็นตัวทุกข์ (311258)

1100_ธรรมะรุ่งอรุณ_อุปาทานขันธ์ 5 เป็นตัวทุกข์ (311258) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…ความโลภ ความโกรธ ความหลง ทั้งสามประการนี้ทำให้บุคคลต้องเวียนว่ายตายเกิด เพราะฉะนั้น เพื่อที่จะทำให้จิตนี้หลุดพ้นก็จะต้องพิจารณาให้เห็นว่า ขันธ์ทั้ง ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นี้ไม่ใช่เป็นตัวของเรา เป็นอนัตตา…”

1101_ธรรมะรุ่งอรุณ_ความดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ (010159)

1101_ธรรมะรุ่งอรุณ_ความดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ (010159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…เมื่อเราให้ทาน ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เมื่อเรารักษาศีล ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เมื่อเราพากันทำสมาธิได้พลังจิต ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้… การทำบุญนิดหนึ่งก็ตาม มากก็ตาม มันเป็นของตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ แล้วการทำนี้ ทำบุญที่ง่ายที่สุดก็คือ นั่งสมาธิ หลับตาพุทโธ ๆ ไป ในที่สุดจิตก็เป็นสมาธิ เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วจิตก็ผลิตพลังจิต แล้วก็เป็นก้อนเป็นกำ…”

1102_ธรรมะรุ่งอรุณ_ขันติ วิริยะ อุตสาหะ หนทางได้ดวงตาเห็นธรรม (020159)

1102_ธรรมะรุ่งอรุณ_ขันติ วิริยะ อุตสาหะ หนทางได้ดวงตาเห็นธรรม (020159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…เมื่อความอดทนอันนี้เพิ่มขึ้นแล้วก็กลายเป็น วิริยะ คือความเพียร เมื่อเป็นความเพียร ทำไปเรื่อยไม่หยุด ทีนี้ก็กลายเป็น อุตสาหะ สุดท้าย อุตสาหะก็คือเลยจากความเพียรไป ความเพียรนี่ก็เพียรอยู่ แต่ว่าเพียรแล้วเพียรอีก…รวมกันก็เรียกว่าอุตสาหะ จึงเรียกว่า ขันติ วิริยะ อุตสาหะ ถ้าหากว่ามี ๓ นี่แล้ว เราจะได้ไปพบสิ่งที่เราต้องการคือ ดวงตาเห็นธรรม…”

1103_ธรรมะรุ่งอรุณ_การสร้างกองทัพบุญ (040159)

1103_ธรรมะรุ่งอรุณ_การสร้างกองทัพบุญ (040159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…กองทัพบุญที่หนึ่งก็คือการให้ทาน กองทัพบุญที่สองคือให้รักษาศีล กองทัพบุญที่สามก็คือการทำสมาธิภาวนา เรามีโอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์ เราสามารถทำได้ ถ้าโอกาสของเราเสียไป เราไปเกิดเป็นสัตว์ ไม่รู้เราจะให้ทานยังไง ไม่รู้ว่าจะรักษาศีลยังไง ไม่รู้ว่าจะภาวนายังไง มันก็เป็นสัตว์แล้วมันฟังไม่รู้เรื่อง เมื่อไม่รู้เรื่อง โอกาสที่จะทำสร้างกองทัพบุญขึ้นมา…ก็ทำไม่ได้…”

1104_ธรรมะรุ่งอรุณ_ความอดทนเป็นเครื่องประดับที่วิเศษสุด (060159)

1104_ธรรมะรุ่งอรุณ_ความอดทนเป็นเครื่องประดับที่วิเศษสุด (060159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…นักปราชญ์นี่ ถ้าไม่มีความอดทนแล้วก็เป็นนักปราชญ์ไม่ได้ แต่ถ้ามีความอดทนแล้ว ถึงไม่มีใครเขามาเรียกเราว่าเป็นนักปราชญ์ แต่เราก็เป็นนักปราชญ์ในตัวของเรา …เมื่อมีความอดทนคือสามารถกำจัดมาร เมื่อสามารถกำจัดมารได้แล้วเราก็ได้ทางกลาง เมื่อเราได้ทางกลางแล้วมันก็บรรลุผลสำเร็จ…”

1105_ธรรมะรุ่งอรุณ_การฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา (080159)

1105_ธรรมะรุ่งอรุณ_การฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา (080159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…คำว่า การฟังด้วยดี นั้นหมายถึงว่าไม่ใช่ฟังแล้วก็เอาไปทิ้งไว้ที่วัด กลับคืนไปถึงบ้านก็กินเหล้าจ้อย อย่างนี้เขาเรียกว่าฟังแล้วไม่ได้ปัญญา เมื่อได้ปัญญาก็คือ เมื่อเราได้ฟังแล้วเราทำตาม แม้เราจะอยู่วัดก็ทำ แม้ว่าเราอยู่บ้านก็ทำ…”

1106_ธรรมะรุ่งอรุณ_สมาธิเป็นเหตุให้เกิดสติและปัญญา (110159)

1106_ธรรมะรุ่งอรุณ_สมาธิเป็นเหตุให้เกิดสติและปัญญา (110159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…นั่งสมาธิแล้วมีสติ พอมีสติแล้วก็มีปัญญา ทีนี้ปัญญานี่มันรอบรู้ไปหมด เวลาเราจะทำงานนี่ เราเข้าสมาธิปั๊บจิตมันก็เข้าฌาณ พอเข้าสมาธิปั๊บสติมันก็ตามมา พอสติตามมาแล้ว ปัญญามันก็ตามมาด้วย สุดท้ายเท่านี้ ได้ของดีไปแล้ว…”