By admin

Showing 10 of 3,792 Results

1105_ธรรมะรุ่งอรุณ_การฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา (080159)

1105_ธรรมะรุ่งอรุณ_การฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา (080159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…คำว่า การฟังด้วยดี นั้นหมายถึงว่าไม่ใช่ฟังแล้วก็เอาไปทิ้งไว้ที่วัด กลับคืนไปถึงบ้านก็กินเหล้าจ้อย อย่างนี้เขาเรียกว่าฟังแล้วไม่ได้ปัญญา เมื่อได้ปัญญาก็คือ เมื่อเราได้ฟังแล้วเราทำตาม แม้เราจะอยู่วัดก็ทำ แม้ว่าเราอยู่บ้านก็ทำ…”

1106_ธรรมะรุ่งอรุณ_สมาธิเป็นเหตุให้เกิดสติและปัญญา (110159)

1106_ธรรมะรุ่งอรุณ_สมาธิเป็นเหตุให้เกิดสติและปัญญา (110159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…นั่งสมาธิแล้วมีสติ พอมีสติแล้วก็มีปัญญา ทีนี้ปัญญานี่มันรอบรู้ไปหมด เวลาเราจะทำงานนี่ เราเข้าสมาธิปั๊บจิตมันก็เข้าฌาณ พอเข้าสมาธิปั๊บสติมันก็ตามมา พอสติตามมาแล้ว ปัญญามันก็ตามมาด้วย สุดท้ายเท่านี้ ได้ของดีไปแล้ว…”

1107_ธรรมะรุ่งอรุณ_ละความขี้เกียจ (120159)

1107_ธรรมะรุ่งอรุณ_ละความขี้เกียจ (120159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…อย่างนึกพุทโธนี่ เมื่อไหร่เราก็นึกได้ สมาธิอย่างงี้ เราไม่ต้องมีอะไร เรามีร่างกายกับใจเราก็ทำได้ แล้วทำไมเราไม่ทำ ก็เพราะเราขี้เกียจ ทำไมเราถึงไม่ทำ เพราะเรามักง่าย ทำไมเราถึงไม่ทำ เพราะเราประมาท…”

1108_ธรรมะรุ่งอรุณ_ธรรมะเป็นเครื่องแก้ไขความโศกเศร้า (130159)

1108_ธรรมะรุ่งอรุณ_ธรรมะเป็นเครื่องแก้ไขความโศกเศร้า (130159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…ความโศกเศร้าเสียใจร้องไห้ร่ำไรรำพันนั้น มันก็มีธรรมะเป็นเครื่องแก้ไข … เพราะฉะนั้นคนเรานี่ มันมีประโยชน์ ร่างกายหรือจิตใจนี่ไม่ใช่ของจะหาได้มาง่าย ๆ …มาฟังกัน มาทำมาปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ กว่าจะผ่านพ้นมาถึงเวลานี้ เราก็ต้องผ่านชีวิตมาเยอะ เพราะฉะนั้น จึงต้องหาวิธีการที่จะให้ได้ธรรมะนี่มาสู่ตัวของเราให้มากที่สุด…”

1109_ธรรมะรุ่งอรุณ_พุทธธรรมนูญ 3 ประการ (140159)

1109_ธรรมะรุ่งอรุณ_พุทธธรรมนูญ 3 ประการ (140159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…พุทธธรรมนูญมีอยู่ ๓ ข้อ ข้อที่ ๑ สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง การไม่ทำบาปทั้งปวง ข้อที่ ๒ คือ กุสะลัสสูปะสัมปะทา การทำบุญกุศลให้ถึงพร้อม ทำความดี สะจิตตะปะริโยทะปะนัง ข้อสุดท้ายก็ ท่านทั้งหลายจงทำสมาธิ พระพุทธเจ้าเขียนไว้เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมา พุทธธรรมนูญไม่มีใครลบได้ แล้วก็ไม่มีใครเติมได้จนป่านนี้ เพราะอะไร เพราะมันเป็นของจริง […]

1111_ธรรมะรุ่งอรุณ_ฝึกใจด้วยสมาธิ (160159)

1110_ธรรมะรุ่งอรุณ_การระลึกถึงพุทโธเป็นอริยทรัพย์ (151059) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า จิตฺตํ ทนฺติ สุขาวหํ (จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง) ท่านทั้งหลายจงมาฝึกใจของเราเถิด การทำที่ว่าฝึกนั่นก็คือ การทำสมาธิ นั่นเอง … ความดีที่ถูกบรรจุลงไปก็เหมือนกันกับการไล่น้ำเสีย ความไม่ดีนั่นเขาเรียกว่า เปรียบเหมือนกับน้ำเสีย ความดีนั่นเปรียบเหมือนกันกับน้ำดี พอน้ำดีมันมากขึ้น ๆ น้ำเสียมันก็จางลงไป…ในที่สุดน้ำเสียมันก็หนีไปหมด ก็เหลือแต่น้ำดี บริโภคได้…”

1112_ธรรมะรุ่งอรุณ_ดีที่ใจ เป็นดีที่ถาวร (090359)

1112_ธรรมะรุ่งอรุณ_ดีที่ใจ เป็นดีที่ถาวร (090359) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…ดีที่ใจนั้นเป็นดีที่ถาวร เพราะว่าใครทำลงไปแล้วมันจะจารึก เขาเรียกว่ามันไปอยู่ที่ใจของเราอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าเราจะไปสวดมนต์ ไม่ว่าเราจะไปนั่งสมาธิ ไม่ว่าเราจะไปทำสังฆทาน ไม่ว่าเราจะไปสร้างบุญ สร้างโบสถ์สร้างวิหาร สร้างวัด…”

1113_ธรรมะรุ่งอรุณ_“ความไม่รู้” เป็นธรรมะได้อย่างไร (140359)

1113_ธรรมะรุ่งอรุณ_“ความไม่รู้” เป็นธรรมะได้อย่างไร (140359) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…เราจะต้องสร้างตัวรู้นี้ขึ้นด้วยการทำสมาธิ ถ้าเราสร้างขึ้นมาได้เยอะ ตัวรู้มันก็เยอะ เพราะฉะนั้น ในตัวของคนเรานี่มีตัวรู้เท่าไหร่…บางคนได้ด็อกเตอร์ปริญญาเอก ตัวรู้เท่าไหร่ มันจะสะสมตัวรู้ไว้เยอะ…เวลาที่เขาจะใช้ เขาก็นึกได้ขึ้นมา…เราได้ปริญญาโท เราก็ได้ความรู้เท่านี้ แต่เรากำจัดความไม่รู้ไปไม่น้อย เราได้ปริญญาตรี เราก็ได้เท่านี้ แต่ว่าตัวไม่รู้นั้นก็เยอะ…เพราะฉะนั้น ในการทำสมาธิจึงเป็นการเพิ่มพูนตัวรู้ ในตัวไม่รู้นี่ มันจะได้น้อยลงไป…

1114_ธรรมะรุ่งอรุณ_ทาน ศีล สมาธิ ทำลายกิเลส (160359)

1114_ธรรมะรุ่งอรุณ_ทาน ศีล สมาธิ ทำลายกิเลส (160359) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…ความผิดความถูกนั้นมันมีอยู่ในพุทธบริษัท… อุบาสกอุบาสิกาก็สามารถทำความผิดได้ พระภิกษุสามเณรก็สามารถทำความผิดได้ ความผิดนั้นมันจะพอกพูนกิเลส ไม่ใช่กำจัดกิเลส มันจะพอกพูนขึ้นมา ส่วนว่าผู้ที่รู้จักหนทางนี่ เมื่อให้ทาน รักษาศีล ภาวนา มันเป็นการกำจัด คือมันกำจัดกิเลส…”

1115_ธรรมะรุ่งอรุณ_ธรรมะเติมให้เต็ม (170359)

1115_ธรรมะรุ่งอรุณ_ธรรมะเติมให้เต็ม (170359) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…หลวงพ่อไปที่ไหนก็พูดแต่เรื่องสมาธิ จนเขาว่าไม่มีธรรมะอะไรจะพูดแล้วเหรอ…บอกว่ามี แต่ว่าตรงนี้โยมเติมไม่เต็มสักทีก็เลยจำเป็น…พอสมาธิขาดแล้วสติมันก็ขาด พอสติขาดแล้วปัญญามันก็ขาด…ไม่ใช่ว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ทำสมาธิ สอนทุกวัน แต่สาวกทั้งหลายก็พากันเมิน ไม่พากันคิดเอาใจใส่ ไอ้ความสำเร็จที่รอเราอยู่แล้ว มันก็เลยไม่สำเร็จ…