วีดีโอธรรมเทศนา

วีดีโอธรรมเทศนา

Showing 10 of 3,315 Results

1101_ธรรมะรุ่งอรุณ_ความดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ (010159)

1101_ธรรมะรุ่งอรุณ_ความดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ (010159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…เมื่อเราให้ทาน ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เมื่อเรารักษาศีล ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เมื่อเราพากันทำสมาธิได้พลังจิต ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้… การทำบุญนิดหนึ่งก็ตาม มากก็ตาม มันเป็นของตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ แล้วการทำนี้ ทำบุญที่ง่ายที่สุดก็คือ นั่งสมาธิ หลับตาพุทโธ ๆ ไป ในที่สุดจิตก็เป็นสมาธิ เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วจิตก็ผลิตพลังจิต แล้วก็เป็นก้อนเป็นกำ…”

1102_ธรรมะรุ่งอรุณ_ขันติ วิริยะ อุตสาหะ หนทางได้ดวงตาเห็นธรรม (020159)

1102_ธรรมะรุ่งอรุณ_ขันติ วิริยะ อุตสาหะ หนทางได้ดวงตาเห็นธรรม (020159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…เมื่อความอดทนอันนี้เพิ่มขึ้นแล้วก็กลายเป็น วิริยะ คือความเพียร เมื่อเป็นความเพียร ทำไปเรื่อยไม่หยุด ทีนี้ก็กลายเป็น อุตสาหะ สุดท้าย อุตสาหะก็คือเลยจากความเพียรไป ความเพียรนี่ก็เพียรอยู่ แต่ว่าเพียรแล้วเพียรอีก…รวมกันก็เรียกว่าอุตสาหะ จึงเรียกว่า ขันติ วิริยะ อุตสาหะ ถ้าหากว่ามี ๓ นี่แล้ว เราจะได้ไปพบสิ่งที่เราต้องการคือ ดวงตาเห็นธรรม…”

1103_ธรรมะรุ่งอรุณ_การสร้างกองทัพบุญ (040159)

1103_ธรรมะรุ่งอรุณ_การสร้างกองทัพบุญ (040159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…กองทัพบุญที่หนึ่งก็คือการให้ทาน กองทัพบุญที่สองคือให้รักษาศีล กองทัพบุญที่สามก็คือการทำสมาธิภาวนา เรามีโอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์ เราสามารถทำได้ ถ้าโอกาสของเราเสียไป เราไปเกิดเป็นสัตว์ ไม่รู้เราจะให้ทานยังไง ไม่รู้ว่าจะรักษาศีลยังไง ไม่รู้ว่าจะภาวนายังไง มันก็เป็นสัตว์แล้วมันฟังไม่รู้เรื่อง เมื่อไม่รู้เรื่อง โอกาสที่จะทำสร้างกองทัพบุญขึ้นมา…ก็ทำไม่ได้…”

1104_ธรรมะรุ่งอรุณ_ความอดทนเป็นเครื่องประดับที่วิเศษสุด (060159)

1104_ธรรมะรุ่งอรุณ_ความอดทนเป็นเครื่องประดับที่วิเศษสุด (060159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…นักปราชญ์นี่ ถ้าไม่มีความอดทนแล้วก็เป็นนักปราชญ์ไม่ได้ แต่ถ้ามีความอดทนแล้ว ถึงไม่มีใครเขามาเรียกเราว่าเป็นนักปราชญ์ แต่เราก็เป็นนักปราชญ์ในตัวของเรา …เมื่อมีความอดทนคือสามารถกำจัดมาร เมื่อสามารถกำจัดมารได้แล้วเราก็ได้ทางกลาง เมื่อเราได้ทางกลางแล้วมันก็บรรลุผลสำเร็จ…”

1105_ธรรมะรุ่งอรุณ_การฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา (080159)

1105_ธรรมะรุ่งอรุณ_การฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา (080159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…คำว่า การฟังด้วยดี นั้นหมายถึงว่าไม่ใช่ฟังแล้วก็เอาไปทิ้งไว้ที่วัด กลับคืนไปถึงบ้านก็กินเหล้าจ้อย อย่างนี้เขาเรียกว่าฟังแล้วไม่ได้ปัญญา เมื่อได้ปัญญาก็คือ เมื่อเราได้ฟังแล้วเราทำตาม แม้เราจะอยู่วัดก็ทำ แม้ว่าเราอยู่บ้านก็ทำ…”

1106_ธรรมะรุ่งอรุณ_สมาธิเป็นเหตุให้เกิดสติและปัญญา (110159)

1106_ธรรมะรุ่งอรุณ_สมาธิเป็นเหตุให้เกิดสติและปัญญา (110159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…นั่งสมาธิแล้วมีสติ พอมีสติแล้วก็มีปัญญา ทีนี้ปัญญานี่มันรอบรู้ไปหมด เวลาเราจะทำงานนี่ เราเข้าสมาธิปั๊บจิตมันก็เข้าฌาณ พอเข้าสมาธิปั๊บสติมันก็ตามมา พอสติตามมาแล้ว ปัญญามันก็ตามมาด้วย สุดท้ายเท่านี้ ได้ของดีไปแล้ว…”

1107_ธรรมะรุ่งอรุณ_ละความขี้เกียจ (120159)

1107_ธรรมะรุ่งอรุณ_ละความขี้เกียจ (120159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…อย่างนึกพุทโธนี่ เมื่อไหร่เราก็นึกได้ สมาธิอย่างงี้ เราไม่ต้องมีอะไร เรามีร่างกายกับใจเราก็ทำได้ แล้วทำไมเราไม่ทำ ก็เพราะเราขี้เกียจ ทำไมเราถึงไม่ทำ เพราะเรามักง่าย ทำไมเราถึงไม่ทำ เพราะเราประมาท…”

1108_ธรรมะรุ่งอรุณ_ธรรมะเป็นเครื่องแก้ไขความโศกเศร้า (130159)

1108_ธรรมะรุ่งอรุณ_ธรรมะเป็นเครื่องแก้ไขความโศกเศร้า (130159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…ความโศกเศร้าเสียใจร้องไห้ร่ำไรรำพันนั้น มันก็มีธรรมะเป็นเครื่องแก้ไข … เพราะฉะนั้นคนเรานี่ มันมีประโยชน์ ร่างกายหรือจิตใจนี่ไม่ใช่ของจะหาได้มาง่าย ๆ …มาฟังกัน มาทำมาปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ กว่าจะผ่านพ้นมาถึงเวลานี้ เราก็ต้องผ่านชีวิตมาเยอะ เพราะฉะนั้น จึงต้องหาวิธีการที่จะให้ได้ธรรมะนี่มาสู่ตัวของเราให้มากที่สุด…”

1109_ธรรมะรุ่งอรุณ_พุทธธรรมนูญ 3 ประการ (140159)

1109_ธรรมะรุ่งอรุณ_พุทธธรรมนูญ 3 ประการ (140159) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…พุทธธรรมนูญมีอยู่ ๓ ข้อ ข้อที่ ๑ สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง การไม่ทำบาปทั้งปวง ข้อที่ ๒ คือ กุสะลัสสูปะสัมปะทา การทำบุญกุศลให้ถึงพร้อม ทำความดี สะจิตตะปะริโยทะปะนัง ข้อสุดท้ายก็ ท่านทั้งหลายจงทำสมาธิ พระพุทธเจ้าเขียนไว้เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมา พุทธธรรมนูญไม่มีใครลบได้ แล้วก็ไม่มีใครเติมได้จนป่านนี้ เพราะอะไร เพราะมันเป็นของจริง […]

1111_ธรรมะรุ่งอรุณ_ฝึกใจด้วยสมาธิ (160159)

1110_ธรรมะรุ่งอรุณ_การระลึกถึงพุทโธเป็นอริยทรัพย์ (151059) (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) “…องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า จิตฺตํ ทนฺติ สุขาวหํ (จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง) ท่านทั้งหลายจงมาฝึกใจของเราเถิด การทำที่ว่าฝึกนั่นก็คือ การทำสมาธิ นั่นเอง … ความดีที่ถูกบรรจุลงไปก็เหมือนกันกับการไล่น้ำเสีย ความไม่ดีนั่นเขาเรียกว่า เปรียบเหมือนกับน้ำเสีย ความดีนั่นเปรียบเหมือนกันกับน้ำดี พอน้ำดีมันมากขึ้น ๆ น้ำเสียมันก็จางลงไป…ในที่สุดน้ำเสียมันก็หนีไปหมด ก็เหลือแต่น้ำดี บริโภคได้…”